5 ประเทศที่การเดินทางท่องเที่ยวปลอดภัย และสบายใจนักเดินทาง

การเดินทางควรจะผ่อนคลายและสนุกสนาน ไม่น่ากลัว นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันจะบอกคุณเกี่ยวกับประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในการเดินทางไปรอบโลก    มีมานำเสนอต่อไปนี้  

1.แคนาดา  

จะอยู่ในรายชื่อนี้ เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของผู้คนที่เป็นมิตรสุดๆ และได้ยินมาว่าแคนาดาเปรียบเสมือนดินแดนมหัศจรรย์ที่แทบไม่รู้สึกเหมือนมีอยู่จริง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในการเดินทาง 

ผู้คนที่นั่นให้ความเคารพทั้งชาวพื้นเมืองและนักท่องเที่ยว ดังนั้นคุณจึงสามารถทำตัวเหมือนอยู่ที่บ้านได้ แคนาดาเต็มไปด้วยธรรมชาติอันน่าทึ่งและสัตว์ป่าที่สวยงาม เหมาะที่สุดสำหรับผู้รักกิจกรรมกลางแจ้งและผู้แสวงหาการผจญภัย

2.สเปน  

แหล่งรวมอาหารเลิศรส อากาศอบอุ่น และผู้คนที่แสนวิเศษ สเปนเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป   ชาวสเปนมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือชุมชนและอยู่เคียงข้างกัน โดยทั่วไปแล้วพวกเขาเป็นคนที่ใจดีมาก พวกเขาชอบที่จะมีช่วงเวลาดีๆ และรู้วิธีเต้นอย่างแน่นอน! ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาทริปที่สนุกสนาน สเปนถือเป็นไอเดียที่ดี 

  ประเทศนี้มีเมืองที่พลุกพล่าน ภูเขาที่สวยงาม และแนวชายฝั่งที่หลากหลาย แต่ควรระมัดระวังเมื่อไปเยือนเมืองที่พลุกพล่านกว่า เช่น บาร์เซโลนา เนื่องจากบางพื้นที่มักมีกระเป๋าเงินจำนวนมาก ลองทาปาสแบบดั้งเดิมของสเปน ราดด้วยแซงเกรีย และเดินเล่นไปตามชายหาด – มีความสุข 

3.โปรตุเกส  

สำหรับสถานที่ที่ถูกกว่ามาก แต่ก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน โปรตุเกสเป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยม ด้วยแนวชายฝั่งที่สวยงาม เมืองที่สนุกสนาน และอากาศที่อบอุ่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมาก แต่ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในการเดินทาง   เคล็ดลับที่ดีคือควรเดินทางมาที่นี่นอกช่วงเวลาเร่งด่วน

เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่เงียบสงบยิ่งขึ้น อย่าลืมลองอาหารโปรตุเกสแสนอร่อย พักผ่อนบนชายหาด หรือเดินไปตามถนนในเมืองต่างๆ เช่น ลิสบอนและปอร์โต   โปรตุเกสเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเดินทางอายุน้อยที่ต้องการการเดินทางที่สนุกสนานและปลอดภัยแต่ราคาไม่สูงนัก

4.ไอร์แลนด์

  ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่เยี่ยมยอดในการมาเยี่ยมเยียนผู้คนที่เป็นมิตรที่สุดและพูดจาล้อเลียน (ล้อเล่น) มากมายเพื่อให้คุณเพลิดเพลิน   เยี่ยมชมแนวชายฝั่งที่ขรุขระและตื่นตะลึงกับทิวทัศน์ เดินไปตามเส้นทาง Giants Causeway ในเบลฟัสต์ (ไอร์แลนด์เหนืออยู่ในสหราชอาณาจักร แต่เพื่อประโยชน์ของบล็อกนี้ เราจะรวบรวมมันไว้ด้วยกัน!)

หรือค้นหาผับท้องถิ่นดีๆ ในใจกลาง ดับลิน. แม้ว่าสภาพอากาศอาจไม่ได้ดีที่สุดเสมอไป แต่ก็มีจุดเด่น วิวสวยงาม และจิตใจที่ดี

5.ญี่ปุ่น  

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศในเอเชียที่ปลอดภัยที่สุดในการเดินทางไป โดยมีชุมชนที่ได้รับความเคารพอย่างสูงและมีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก   สวนที่เหมือนในเทพนิยายและเมืองไฮเทคแห่งอนาคตทำให้ประเทศนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุด   เมื่อมาเยือนญี่ปุ่นเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องเคารพวัฒนธรรมของพวกเขาและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใดๆ

เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เนื่องจากพวกเขาจะค่อนข้างเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกเหนือจากนั้น ยังเป็นประเทศที่น่าไปเยี่ยมชมและเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย   gclub

3 สถานที่ท่องเที่ยวราคาถูกในอินเดีย

1.แมคลอยด์ กันจ์   หรือที่รู้จักกันในชื่อ Little Lhasa ความนิยมของ McLeod Ganj ในหมู่นักท่องเที่ยวนั้นเพิ่มสูงขึ้นทุกปี McLeod Ganj ตั้งอยู่ห่างจากสถานีบนเขายอดนิยมอย่าง Dharamshala ประมาณ 5 กิโลเมตร สะท้อนชีวิตและวัฒนธรรมของชาวทิเบตที่ย้ายมาที่นี่หลังจากการรุกรานทิเบตของจีน รัฐบาลทิเบตที่ถูกเนรเทศและผู้นำทางจิตวิญญาณองค์ดาไลลามะที่ 14 ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆ

ที่มีเสน่ห์แห่งนี้บนตักของเทือกเขาหิมาลัย การเดินทางไป McLeod Ganj นั้นแตกต่างจากการไปเยือนสถานีบนเนินเขาของอินเดียที่อื่น สถานที่พักผ่อนทางจิตวิญญาณและการแสวงบุญสำหรับชาวพุทธแห่งนี้ McLeod Ganj เป็นที่รู้จักจากเนินเขาและหุบเขาที่งดงาม

และทำหน้าที่เป็นแคมป์สำหรับหนึ่งในการเดินป่าที่สวยงามและน่าตื่นเต้นที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย—เส้นทางเดินป่า Triund ที่ตัดผ่านป่าดีโอดาร์ ต้นโอ๊ก และโรโดเดนดรอนที่น่าทึ่ง . สวรรค์สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินป่า McLeod Ganj มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นแก่ผู้รักศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมใน McLeod Ganj

หรืออาหาร ไม่มีอะไรแพงเกินไปที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณรู้ว่าประสบการณ์แบบทิเบตที่นี่มีเพียงทิเบตเท่านั้นที่จะเอาชนะได้   

2.กาซอล    หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา Parvati

อันมีเสน่ห์ของรัฐหิมาจัลประเทศ Kasol เต็มไปด้วยการสำรวจธรรมชาติในขณะที่คุณเชื่อมต่อกับประสาทสัมผัสของคุณอีกครั้ง สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการเดินป่าที่น่าตื่นเต้นและอาหารชวนน้ำลายสอ

สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินป่า Kasol มีตัวเลือกการเดินป่าที่หลากหลาย รวมถึงเส้นทางไปยัง Kheer Ganga, Parvati Pass, Malana, Tosh และอีกมากมาย การเดินเลียบแม่น้ำปาราวตีที่ไหลเชี่ยวช่วยให้คุณเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาปาราวตีที่เรียงรายไปด้วยป่าหนาทึบทั้งสองด้าน หรือเยี่ยมชมหมู่บ้าน Tosh ที่ตั้งอยู่สุดปลายหุบเขาปาราวตีเพื่อชมสวนกัญชา ร้านกาแฟเล็กๆ ในหมู่บ้านไม่ได้ถูกแตะต้องโดยการค้าขาย

แต่ให้บริการอาหารหลากหลาย รวมถึงอาหารอิสราเอลบางรายการ ต้องขอบคุณนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่มาเยือนเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี  

3.อมฤตสาร์   พูดว่าอมฤตสาร์

และสิ่งที่คุณนึกถึงคือวิหารทองคำ ลังการ์และคาราห์ปราชาดของพวกเขา Jallianwala Bagh ชายแดนวากาห์ กุลชา ลาสซีแก้วทรงสูง และดาบาสมากมายที่เสิร์ฟอาหารอมฤตสารีอันแสนอร่อย เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกที่สุดในอินเดีย อมฤตสาร์จึงเต็มไปด้วยประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่น อัมริตซาร์ก่อตั้งขึ้นในปี 1577

โดยราม ดาส ซึ่งเป็นคุรุคนที่สี่ของชาวซิกข์ และเป็นศูนย์กลางของศาสนาซิกข์ในอินเดีย การกล่าวว่าการเยี่ยมชมเมืองอมฤตสาร์จะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ไปเยี่ยมชม Harmandir Sahib หรือวิหารทองคำ ถือเป็นการพูดที่น้อยเกินไป การเดินทางเข้าเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัดอันโด่งดัง

ในขณะที่คุณปล่อยให้ความเงียบสงบของวัดผ่อนคลายประสาทสัมผัสของคุณ ลองลองชิมแลงการ์ ซึ่งเป็นครัวชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และลองทาน Karah Prashad ที่เต็มไปด้วยเนยใสโดยไม่พลาด ให้ความรักชาติเบ่งบานในหัวใจของคุณที่ชายแดนวากาห์

ทุกเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ทหารจากอินเดียและปากีสถานจะปิดชายแดนอย่างเป็นทางการในคืนนี้ด้วยพิธีลดธงที่ประสานกันอย่างลงตัวและมีการจัดเตรียมอย่างดี เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมพิธี ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า

ขณะอยู่ในเมืองอมฤตสาร์ ลองทบทวนเส้นทางแห่งความทรงจำของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดียที่ Jallianwala Bagh ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอินเดีย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย   gclub

5 สถานที่น่าเช็คอิน ณ.เขาค้อ  

1.ไร่ GB เขาค้อ   สถานที่แห่งนี้จะใกล้กับทุ่งกังหันลมค่ะ  พื้นที่ไร้ กว้างขวาง เป็นไร้สตรอเบอรี่ให้เก็บเองสดๆ ลมพัดตลอดทั้งวัน ทำให้เย็นสบาย   แนะนำเลยค่ะว่ามาช่วงเดือนพฤศจิกายน  จะได้ชิมสตรอเบอรี่ลูกใหญ่ หวานฉ่ำ  ทางไร้นั้นก็มีกิจกรรมให้หลากหลาย   หรือใครสายถ่ายรูปบอกเลยเหมาะเลยค่ะ  

2.ทุ่งดอกเวอร์บีน่า เขาค้อ  ใกล้กับไร้ GB  เลย   มาแวะถ่ายรูปเช็คอิน   ถ่ายรูปสวยๆ   สีสันสวยงาม  ฟิลเหมือนเราอยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์เลยค่ะ   ทั้งทุ่งนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีม่วง  ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา   บรรยากาศเย็นสบายไม่ร้อน    พาตัวเองมารับลมธรรมชาติ   มาในช่วงเดือนมิถุนายน  จนถึงสิงหาคม  ดอกไม้จะออกดอกเต็มที่   ชวนกลุ่มเพื่อนมาถ่ายรูปกันเยอะนะคะสาวๆ 

3.เขาตะเคียนโง๊ะ  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมทะเลหมอก รับลมเย็น  หากได้มาเที่ยวเขาค้อแล้ว  อย่างที่บอกว่าเป็นจุดที่ชมทะเลหมอก  สามารถมองทะเลหมอกได้แบบ  360 องศา  ได้เห็นทั้งทะเลหมอกและวิว ทิวทัศน์   ที่งดงาม  ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยภูเขา  เล็กใหญ่สลับกันไป  ที่เด่นไปกว่านั้น ที่นี้สามารถกางเต้นนอนได้  และตื่นเช้ามาเจอทะเลหมอก แล้วสายๆหน่อยก็จะเจอแสงแรกของวัน   อากาศดีสุดๆ ไปเลยละคะ

    

4.แก่งบางระจัน   เป็นอีกสถานที่ที่นิยมกันมา   เพราะเข้ามาแล้วได้ยินเสียงน้ำไหล  ก็ชื่นใจ อากาศเย็นสบาย   สถานที่ที่แบบธรรมชาติสร้างเอง    น้ำไหลเย็นหากใครได้สัมผัส  มานั่งพักผ่อนหย่อนใจ มาเที่ยวพักผ่อนที่นี้นั้นจะเป็นแบบแนวเชิงนิเวศ  ได้เห็นวิถีชุมชนของชุมชนละแวกใกล้เคียง  ลำธารในแก่งนี้น้ำจะไหลตลอดทั้งปี  

หากเป็นฤดูหนาวก็จะลดลงนิดหนึ่งจะเห็นโขดหินเยอะขึ้น แต่น้ำนั้นไม่ถึงขั้นแห้ง  ไม่มีให้เห็น  ก็ยังมีไหล และเย็นเหมือนเดิม  พบเห็นความสวยงามแบบธรรมชาติอีกมากมาย  สัตว์หลากหลายชนิด ที่หาชมดูยาก  จะพบได้น้อย   ที่นี้ยังพบเห็นได้เพนราะอุดมสมบูรณ์แบบธรรมชาติ  เป็นอีกสถานที่ที่อนุรักษ์ให้คงอยู่ไปอีกนาน 

5.Pino Latte Resort  & Café   ร้านนี้จะเป็นร้านอาหาร  เช็คอินถ่ายรูป  แวะทานอาหารอร่อย มุมถ่ายรูปอำเพียบ ทางร้านจัดเต็มให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ   ตกแต่งไปด้วยดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์   และมองไปมุมไหนก็จะเห็นภูเขาซับซ้อนเรียงกันตามลำดับ  อากาศดี   เพราะอยู่พื้นที่บนภูเขาสูง  วิวทิวทัศน์นั้นมองเห็นถึงวัดผาซ่อนแก้วอีกด้วย  

อยากจะบอกเลยค่ะว่ามันสวยมากจริงๆ   มองไปทางไหนก็สวย ไปหมด   มีจุดให้ถ่ายรูปไม่ว่าเป็นที่นั่งทานอาหารหรือวิวริมภูเขาให้เลือกถ่ายได้ตามชอบ  แต่เชื่อว่าชอบทุกมุมแน่ๆ    แพ๊คกระเป๋าเยวเขาค้อกันเลยค่ะ สาวๆ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  gclub

ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ จังหวัดตาก 

       ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ  สำหรับในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับความสวยงามของดอกไม้ที่มีสีสันสดสวย  ซึ่งเป็นทุ่งกว้างขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อว่าถ้านักท่องเที่ยวหลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่นี่จะต้องรู้สึกชื่นชอบกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว  

  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้ตั้งอยู่ที่ดอยหัวหมด  ซึ่งดอยนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก นั่นเอง 

         สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในครั้งนี้มีชื่อเรียกว่าทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อซึ่งเป็นทุ่งกว้างขนาดใหญ่ซึ่งมีดอกเทียนปีกผีเสื้อปลูกเอาไว้เป็นจำนวนมาก โดยตัวดอกนั้นจะมีสีชมพูอมม่วง  เวลาที่นักท่องเที่ยวไปอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามแล้วถ่ายรูปออกมาจะได้ภาพที่งดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวทำให้ในแต่ละปีนั้นมักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูปที่ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อแห่งนี้กันอยู่เป็นประจำ

          สำหรับลักษณะเด่นของดอกเทียนปีกผีเสื้อนั้นจะมีกลีบดอกซึ่งถ้าหากสังเกตให้ดีนักท่องเที่ยวจะเห็นได้ว่ากลีบดอกนั้นจะมีความคล้ายคลึงกับปีกของผีเสื้อเป็นอย่างมากเลยทีเดียวนอกจากนี้บางคนอาจจะมองดูแล้วจะเห็นว่าดอกเทียนปีกผีเสื้อนั้นมีลักษณะคล้ายกับรูปหัวใจก็มีดอกไม้ชนิดนี้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวไปอยู่ท่ามกลางดอกเทียนปีกผีเสื้อเป็นจำนวนมากจะได้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายทำให้รู้สึกสดชื่นได้อีกด้วย 

           สำหรับบริเวณทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อที่จังหวัดตราดแห่งนี้นั้นนักท่องเที่ยวจะเห็นว่าจะมีดอกขึ้นมากมายเต็มไปหมดอยู่บริเวณลานหินปูนซึ่งเป็นพื้นที่โล่งซึ่งจะมีการออกดอกเบ่งบานกระจัดกระจายเต็มลานหินเวลาที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวก็จะเห็นภาพดอกสีชมพูอมม่วงตัดกับสีเขียวของใบเป็นภาพที่งดงามเป็นอย่างมาก

สำหรับดอกไม้ชนิดนี้นั้นเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นในจังหวัดตากกับจังหวัดกาญจนบุรีเพียงเท่านั้นจะไม่เห็นในจังหวัดอื่นถือได้ว่าเป็นดอกไม้เฉพาะถิ่นที่หาชมได้ยากและใน 1 ปีนั้นนักท่องเที่ยวจะสามารถมาเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆนี้ได้เพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น

          สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะไปถ่ายรูปท่ามกลางทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อแล้วเราก็แนะนำว่าจะต้องเดินทางไปที่จังหวัดตากในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ดอกเทียนปีกผีเสื้อกำลังบานเต็มสะพรั่งเหมาะกับการไปยืนถ่ายรูปสวยๆได้อย่างมากเลยทีเดียว 

         สำหรับจุดที่นักท่องเที่ยวจะสามารถถ่ายรูปได้อย่างสวยงามนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางไปบนยอดดอยหัวหมดซึ่งจะมองเห็นดอยเป็นสีม่วงอมชมพูทั้งดอกเลยก็ว่าได้โดยชาวบ้านต่างก็พากันเรียกโดยนี้ว่าดอยชมพู   อย่างไรก็ตามหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดตาก  แนะนำว่าลองแวะไปเยี่ยมชมความสวยงามของทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อดูนะคะหรือถ้าหากว่าอยากจะเช็คก่อนว่าเป็นช่วงที่ดอกกำลังบานหรือไม่สามารถโทรเช็คได้ที่  ททท. สำนักงานตาก

 

สนับสนุนโดย    gclub

เงื่อนไขการเดินทางเที่ยวประเทศสิงคโปร์แบบไม่ต้องกักตัว 

สำหรับใครที่คิดถึงประเทศสิงคโปร์ และอยากไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์

การเดินทางเที่ยวประเทศสิงคโปร์ ตอนนี้มีข่าวดีออกมาแล้ว เนื่องจากประเทศสิงคโปร์คือหนึ่งในประเทศที่ประกาศเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้แล้ว ภายหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโควิคแต่ละประเทศนั้นก็ยังคงต้องมีมาตรการการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไปเที่ยวในประเทศของตนเองซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการเข้าประเทศสิงคโปร์

สำหรับนักท่องเที่ยวว่าทางสิงคโปร์ได้มีการเปิดให้มีการท่องเที่ยวได้นั้นมีเงื่อนไขอะไรบ้างถึงจะเข้าไปเที่ยวในประเทศสิงคโปร์โดยที่นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องกักตัว 

สำหรับข้อมูลการเดินทางเข้าไปเที่ยวในประเทศสิงคโปร์แบบไม่ต้องกักตัวนี้จะมีผลในวันที่ 1 เดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2565 ซึ่งข้อมูลนี้ถ้าหากว่าหลังจากวันที่ 1 เมษายนไปแล้ว

ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาดังนั้นก่อนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์จำเป็นที่จะต้องมีการอัพเดทข้อมูลอย่างต่อเนื่องซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมูลการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์แบบไม่ต้องกลับตัวได้ผ่านทางเว็บไซต์ Safe Travel นั่นเอง 

เงื่อนไขของการเข้าไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์โดยนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินโดยไม่จำเป็น

ที่จะต้องมากับตัวหน้ารายสัปดาห์นั้นอยากได้นักท่องเที่ยวจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการฉีดวัคซีนวัคซีนที่ฉีดเข้าไปนั้นจะต้องมีวัคซีนที่ฉีดครบโดสเป็นที่เรียบร้อยแล้วและต้องฉีดแล้วไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะมีการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์และจะต้องเป็นวัคซีนชนิดที่ทางดับบลิวเอชเอรองรับเท่านั้น

นอกจากนี้การฉีดวัคซีนในแต่ละเข็มนั้นจะต้องมีการทิ้งระยะห่างตามกำหนดเงื่อนไขที่ทางประเทศสิงคโปร์มีการกำหนดไว้แล้วเท่านั้นยกตัวอย่างเช่นมาดูน่าจะต้องมีการฉีดเข็มแรกหลังจากนั้นฉีดเข็มที่ 2 ห่างกันประมาณ 24 วัน

     นอกจากนี้ก่อนนะท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์นักท่องเที่ยวชาวไทยจะต้องมีการขอเอกสารจาก Application หมอพร้อม    gclub    ซึ่งเป็นพาสปอร์ตเล่มเหลืองเป็นพาสปอร์ตยืนยันว่ามีการฉีดวัคซีนแล้ว 

และจะต้องมีการทำประวัติการเดินทางระหว่างประเทศไทยกับประเทศสิงคโปร์เป็นระยะเวลา 7 วันก่อนที่จะมีการเดินทาง มีการกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บ อีเซอร์วิส ดอทไอซีเอ ดอท จีโอวี ดอท เอสจี ซึ่งจะเป็นรายละเอียดที่ทางประเทศสิงคโปร์นั้นมีการกำหนดให้กรอกโดยต้องมีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนภายใน 3 วันก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางออกจากประเทศไทย

เข้าสิงคโปร์โดยข้อมูลที่กรอกนั้นก็จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ SG Arrival  Card และ Health Declaration รวมถึงก่อนเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ 2 วันจะต้องมีการเข้าไปทำการตรวจยืนยันว่าไม่ติดไวรัส covid ซึ่งเอกสารที่ได้รับมานั้นจะต้องยืนยันมาจากโรงพยาบาลเท่านั้น

เที่ยวเกาะปันหยีที่จังหวัดพังงา

      สำหรับช่วงนี้เข้าใกล้ช่วงฤดูร้อนกันมาแล้ว  และสำหรับประเทศไทยเราเองนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงฤดูร้อนแต่ก็สามารถไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการเที่ยวในช่วงฤดูร้อนได้เพราะว่าโดยปกติแล้วประเทศไทยนั้นมักจะมีอากาศร้อนถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาวก็ตาม

      แน่นอนว่าสำหรับในช่วงฤดูร้อนนั้นคนส่วนใหญ่ต้องนึกถึงการเที่ยวสถานที่ที่ทำให้อากาศสดชื่นเย็นสบายนั่นก็คือทะเลนั่นเอง  และในวันนี้เราจะพาไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดพังงา  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมานานมากกว่า 200 ปีและยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จะอยู่บนเกาะซึ่งครั้งนี้เราจะไปเที่ยวกันที่เกาะปันหยีนั่นเอง

       บนเกาะปันหยีนั้นยังคงมีประชากรอาศัยอยู่  เป็นจำนวนมากและประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้นั้นก็จะเป็นชาวมุสลิม  คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้เกือบทุกครอบครัวและเรียกได้ว่าเกือบทุกคนนั้นใช้ชีวิตด้วยการออกทะเลหาปลาเรียกได้ว่าที่นี่คือวิถีชีวิตของชาวนาอย่างแท้จริง

        บนเกาะแห่งนี้นั้นชาวบ้านจะใช้ชีวิตกันอย่างเงียบสงบตามปกติทั่วไปมีการไปสวดมนต์อ้อนวอนที่มัสยิดและมีการทำสมานเหล็กเล่นให้กับเด็กๆได้เล่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆบนเกาะปันหยีนั้นจะชื่นชอบการเล่นฟุตบอลมากซึ่งที่นี่ก็จะมีการจำลองสนามฟุตบอลขนาดเล็กเอาไว้ให้เด็กๆในหมู่บ้านได้เล่นและที่สำคัญสิ่งของทุกอย่างที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ส่วนใหญ่นั้นจะถูกนำมาสร้างจากวัสดุที่เป็นธรรมชาติเช่นบ้านก็จะทำมาจากไม้

        ดังนั้นหากใครที่ชอบเกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติ   บรรยากาศสบายๆอยากเที่ยวแบบมีความเป็นส่วนตัวและที่สำคัญอยากเที่ยวเหมือนกับไม่ได้เที่ยวอยากมาทดลองใช้ชีวิตแบบนั้นบ้านเน้นการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย  และที่สำคัญถ้าใครชื่นชอบอาหารทะเลคุณสามารถมาเที่ยวที่เกาะปันหยีแห่งนี้ได้เลยเพราะที่นี่ต้องบอกได้เลยว่าชาวบ้านออกหาปลากันทุกวันเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าอาหารทะเลของที่นี่จะไม่สด

           นอกจากนี้  ชาวบ้านจะมีการผลิตสินค้าทำมือหรือที่เรียกว่า Handmade เอาไว้เป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกด้วยเรียกได้ว่าถ้าใครชื่นชอบบรรยากาศการท่องเที่ยวทะเลแบบไม่ต้องหรูหรา  อยากเที่ยวแบบติดดินเน้นการผจญภัยเป็นหลักแล้วก็  รับรองได้เลยว่าที่เขาปัญหานี้จะทำให้คุณนั้นรู้สึกสนุกสนาน  เพลิดเพลิน กับการท่องเที่ยวในครั้งนี้อย่างแน่นอน 

     สำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่เกาะปันหยานั้นจะต้องมีการนั่งเรือข้ามฝากไป  โดยเกาะแห่งนี้จะอยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลปันหยา นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   gclub