กีฬากับการเมือง

หลังจากเกิดปัญหาในการแข่งขันฟุตบอลที่สนามกีฬาจังหวัดชัยภูมิขึ้น ก็มีเสียงบ่น เสียงร้องทุกข์ว่า อย่าเอาการเมืองเข้าไปทำลายวงการกีฬา
          เรื่องที่กังวลกันนั้น ก็สมควรจะเป็นห่วงกังวลกันเพียงแต่ควรจะใช้ถ้อยคำให้ชัดแจ้ง ตรงกับปัญหามากกว่านี้วิถีชีวิตของบุคคลและสังคมมันแยกไม่ออกกับการเมือง ทุกเรื่องทุกราวมันโยงใยถึงการเมืองทั้งนั้น “การเมือง” เป็นคำกลางๆ ไม่มีบวกไม่มีลบ
ถ้าจะวิจารณ์ ก็ควรระบุลงไปให้ชัดเจนว่า “อย่าเอาการเมืองเลวๆมาปั่นป่วนวงการกีฬา” หรือ “อย่าเอาปัญหาความแตกแยกในสังคมอันสืบเนื่องมาจากเรื่องการเมือง มาทำลายวงการกีฬา” อะไรทำนองนั้น
          เรื่อง “กีฬา” และเรื่องทุกเรื่องทางสังคมนั่นแหละ โยงใยไปถึงการเมืองทั้งนั้นเพราะการเมืองคือการแข่งขันเข้าไปบริหารจัดการสังคมจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ในสังคม
การเมืองที่ดี จะสร้างสมดุลในสังคม ทุกกลุ่มชนได้รับแบ่งปันประโยชน์อย่างเป็นธรรม สังคมมีความเจริญก้าวหน้า ชีวิตของพลเมืองมีความผาสุก
การเมืองที่เลว จะทำให้สังคมเสียสมดุลในทุกด้าน จัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ไม่เป็นธรรม ก็จะมาซึ่งความขัดแย้ง หนักเข้าก็จะกลายเป็นการต่อสู้กันด้วยความรุนแรง สังคมเสื่อมถอยทุกด้าน พลเมืองไม่มีความสงบสุข


“กีฬา” จึงหลีกไม่พ้นการเมืองมองด้านที่ผูกพันกับ “รัฐ” ที่เห็นกันง่ายๆ ก็อย่างเช่น กลุ่มการเมืองผู้กุมอำนาจฝ่ายบริหาร มีนโยบายต่อ “กีฬา” อย่างไร สนับสนุนกีฬามากน้อยเพียงใด มีวิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพคนโดยการกีฬาอย่างไร ฯลฯ งบประมาณสำหรับการกีฬาก็จะถูกจัดสรรให้มากน้อยต่างกันไป
          เรื่องเป็นอย่างนี้ทุกระดับ นับแต่ อบต. ขึ้นไปจนถึงรัฐบาลแล้วใครเป็นคนเลือกผู้บริหาร อบต., รัฐบาล ท่านเลือกกลุ่มที่มีนโยบายอย่างไร ฝ่ายนั้นชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นฝ่ายบริหาร วงการ “กีฬา”ก็จะเป็นไปตามนโยบายของกลุ่มนั้น นี่เห็นกันชัดๆ ว่า การเมืองมาเกี่ยวกับกีฬาผ่านทางกลไกรัฐ
มองด้านที่ผูกพันกับภาคเอกชน ในอดีตอาจจะเห็นไม่ชัด การส่งเสริมกีฬาโดยภาคเอกชน มักขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และความชื่นชอบส่วนตัวของผู้บริหารองค์กรธุรกิจระดับใหญ่ ทั้งนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจสังคมในแต่ละช่วงเป็นสำคัญ
เศรษฐกิจสังคมแต่ละช่วงจะเป็นอย่างไร ที่สำคัญก็ขึ้นกับภาวะการเมืองในช่วงนั้น ๆ
          งานด้านกีฬาของภาคเอกชน จึงยังขึ้นกับสภาพการเมืองอย่างหลีกไม่พ้น
และเมื่อมองไปในกาลข้างหน้า “กีฬา” จะผูกพันเข้ากับ “ธุรกิจ” และ“การเมือง” มากขึ้น กีฬาถูกใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจได้ และกีฬาก็สร้างเสียงสนับสนุนทางการเมืองได้เช่นกัน
การเมืองกับกีฬาแยกกันไม่ออก เรื่องที่สังคมจะต้องคัดค้าน คือ”การเมืองเลว”
“การเมืองดี”มาเกี่ยวกับกีฬานั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้า “การเมืองเลว”เข้ามายุ่งกับกีฬา วงการกีฬาก็จะตกต่ำ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน การพนัน, การหาเงินออนไลน์, กีฬา, ข่าวสารออนไลน์, เกมส์ และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร